วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ภาวะนิ้วโป้งเท้าเกออก (Hallux valgus หรือ Bunions)

ภาวะโคนนิ้วเท้านูน
 
เมื่อมีภาวะการนูนออกของข้อนิ้วโป้งเท้าด้านใน ร่วมกับนิ้วโป้งเท้าเริ่มเกออกไปด้านนอก ทางการแพทย์จะเรียกภาวะนี้ว่า“ภาวะนิ้วโป้งเท้าเกออก (Hallux valgus หรือ Bunions) โดยก้อนนูนนี้จะมีความไว (ปวด) ต่อแรงกดดันและการเสียดสีจากรองเท้าที่สวมใส่ ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากหลายประการ เช่น ภาวะเท้าแบนหรือขาโก่ง การสวมรองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าหัวแคบเป็นเวลานาน หากอาการเป็นมากขึ้น อาจเกิด “ภาวะนิ้วหงิก (Hammer toe)” หรือ “ภาวะนิ้วไขว้กันได้ (Cross over toe)”




ต้นเหตุของภาวะโคนนิ้วโป้งเท้านูน
  • เกิดจากกรรมพันธุ์ หรือ ความผิดปกติตั้งแต่เกิด เช่น เท้าแบน นิ้วเท้ายาวมาก นิ้วหัวแม่เท้าเกออกเอง เป็นต้น
  • เกิดจากการสวมร้องเท้าบีบรัดปลายเท้า หรือสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำ
  • เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นหรือการอักเสบของข้อ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง
ทำอย่างไรดีเมื่อเกิดภาวะนิ้วเท้าผิดรูป
  1. การรักษาเบื้องต้น
กรณี ผู้ป่วยมีอาการไม่มากหรือมีภาวะเท้าผิดรูปเพียงเล็กน้อย หรือในรายที่มีภาวะเท้าแบนร่วมด้วย สามารถทำการแก้ไขได้
  • การเลือกใส่รองเท้าที่มีความกว้างของส่วนเท้าด้านหน้ามากเป็นพิเศษ (Wide Toe Box)
  • การใส่อุปกรณ์ประคองนิ้วเท้า เช่น Bunion Splint หรือ Toe Spacer เป็นต้น
 2.  การรักษาด้วยการผ่าตัด
กรณี ผู้ป่วยที่เป็นมานานจะมีอาการเจ็บตลอดเวลาหรือมีอาการใส่รองเท้าลำบาก แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกที่นูนออก และตัดกระดูกเพื่อแก้ไขภาวะนิ้วผิดรูป แล้วยึดกระดูกด้วยโลหะร่วมกับการปรับแต่งกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบๆ โดยการผ่าตัดจะทำให้หายเจ็บเท้า เท้าแคบลง ทำให้เลือกใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ป่วยสามารถสอบถามการปฏิบัติตนหลังรับการผ่าตัดอย่างเหมาะสมได้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการใส่ใจดูแลตนเองของผู้ป่วย อาทิ งดใส่รองเท้าหัวแคบ รองเท้าส้นสูง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะผิดรูปของนิ้วเท้าและสุขภาพเท้าที่จะก้าวต่อไปได้อย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตาม ควรเลือกรองเท้าที่สวมแล้วพอดี ไม่บีบหน้าเท้าจนเกินไป หากสวมใส่นาน อาจทำให้กระดูกของเราผิดรูปและเกิดการเจ็บปวดได้ 


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี
http://www.siphhospital.com/th/news/article-details.php?id=63

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ยืนทำงานเป็นเวลานาน แก้อาการปวดเมื่อยล้าอย่างไรดี!!!!!

ยืนทำงานเป็นเวลานาน แก้อาการปวดเมื่อยล้าอย่างไรดี!!!!!

หากต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน ๆ แก้อาการปวดเมื่อยล้าอย่างไรดี!

บางอาชีพจำเป็นต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน ๆ จะนั่งก็ไม่ได้ อย่างเช่นอาชีพพนักงานขายตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ต้องยืนทำงานนานหลายชั่วโมง จนมีอาการปวดขา เมื่อยล้าตามมา จะทำอย่างไรถึงจะบรรเทาอาการปวดเมื่อยล้าได้ วันนี้ ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ มีคำแนะนำมาบอก การทำงานของแต่ละคนมีความหลากหลาย โดยเฉพาะงานที่ต้องยืนต่อเนื่องกันนาน ๆ ย่อมส่งผลต่อ สุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะพนักงานขายสินค้าในห้าง มีอาการปวดบริเวณน่องตามด้วยเท้า ต้นขา หลัง และส่วนอื่นๆ เช่น ไหล่ และหลังส่วนบนอีกเล็กน้อย อาการปวดหลายแห่งของพนักงานเหล่านี้ จะส่งผลในระยะยาวอาจทำให้อาการลุกลามเป็นมากขึ้นและเรื้อรังได้ วิธีการปรับสภาพการทำงาน และการปฏิบัติตัวของผู้ที่ยืนทำงานที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ก่อนอื่นเราควรรู้ว่าผลเสียของการยืนนาน ๆ มีอาการหลายอย่าง เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อน่องและต้นขา อาการปวดเมื่อยเท้า เส้นเลือดขอด ปวดเข่าและหลัง เราสามารถป้องกันผลเสียจากการยืนนานได้ด้วยตนเอง ดังต่อไปนี้

1. ยืนบนพื้นนิ่ม พื้นที่สามารถลดแรงกดที่เท้าได้ อาจใช้พรมเช็ดเท้านิ่ม ๆ ไม่จำเป็นต้องไปซื้อพรมสำหรับยืนที่มีราคาแพง สามารถทดสอบพรมได้ด้วยการถอดรองเท้ายืนบนพรมนั้น หลังจากนั้นลองยืนเท้าเดียว ถ้ารู้สึกว่าสบายเท้า และยืนได้มั่นคงถือว่าใช้ได้

2. ใส่รองเท้าที่มีพื้นนิ่มและหลวมเล็กน้อย รองเท้าที่มีพื้นนิ่มจะช่วยลดแรงกดไปที่เท้าได้ เช่นเดียวกับพื้นที่นิ่ม ส่วนการที่ต้องเลือกรองเท้าหลวมเพราะตกเย็นเท้าของท่านอาจบวมได้เล็กน้อยจากการยืนนาน

3. ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงในการทำงาน ในกรณีที่เจ็บส้นเท้ามาก อาจใส่รองเท้าส้นสูงได้ แต่ไม่เกิน 2 นิ้ว เพื่อช่วยลดแรงกดที่ส้นเท้า

4. ยืนเท้าโต๊ะสูงหรือตู้ขายสินค้า โดยใช้แขนหรือศอกรับน้ำหนักตัวทางด้านหน้า สลับกับการใช้ก้นหรือหลังพิงผนังเป็นครั้งคราวเพื่อลดน้ำหนักกดที่กระทำต่อหลังและเท้า

5. พักการยืนบ่อย ๆ หย่อนขาข้างหนึ่ง หรืออาจใช้ที่วางเท้าเป็นบล็อกสูงจากพื้นประมาณ 4-6 นิ้ว

6. ใช้เก้าอี้แบบกึ่งนั่งกึ่งยืน กรณีของพนักงานเคาน์เตอร์หรือการทำงานในโรงงาน

7. ยืนสลับนั่ง แต่ต้องจัดสภาพงานให้เหมาะสม เช่น โต๊ะยืนทำงานไม่ควรเตี้ยเกินไปจนต้องก้มหลัง อาจจัดโต๊ะให้ทำงาน 2 ชุดคือชุดยืนและนั่งทำงาน แล้วให้ทำงานสลับหน้าที่กันเป็นระยะ ๆ

8. เมื่อรู้สึกเมื่อย ให้พักเดินไปมาสัก 2-3 นาที จึงค่อยนั่งลง ยกขาทั้ง 2 ข้างพาดบนที่นั่งของเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง ให้เท้าอยู่สูงประมาณระดับเข่า เพื่อช่วยเลือดจากขากลับเข้าสู่หัวใจดีขึ้น ป้องกันเส้นเลือดขอด

9. กลับถึงบ้านให้นอนเอาเท้ายันกับกำแพงให้เท้าอยู่สูงจากพื้นประมาณครึ่งเมตร แล้วกระดกปลายเท้าขึ้นสลับกันทั้ง 2 ข้าง ทำประมาณ 10 นาที ออกกำลังด้วยการเดิน วิ่ง หรือว่ายน้ำ เป็นเวลา 15-20 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงขา การพักผ่อนควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง 

เพียงเท่านี้อาการปวดเมื่อยล้าจากการยืมทำงานนานๆ ก็จะหมดไป สุขภาพเท้าเราต้องสังเกตอาการและดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเท้าเป็นสิ่งสำคัญอและเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานแทบทุกเวลา ไม่ว่าจะยืน เดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ดั้งนั้นเราหันมาใส่ใจสุขภาพเท้าให้มากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : หมอชาวบ้าน